top of page

เลือกโรงเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ยังไง? โรงเรียนดัง = โรงเรียนที่ดีที่สุดจริงไหม?

Sep 15
4 min read

ถ้ากำลังวางแผน เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ หลายคนมักเริ่มต้นด้วยคำถามว่า

“โรงเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ที่ไหนดี?”

“CIA ดีไหม?”

“BECI ดีไหม?”

“โรงเรียนไหนดังที่สุด?”

“ถ้าเลือกโรงเรียนที่คนไทยรู้จักเยอะ ๆ น่าจะปลอดภัยกว่าไหม?”

คำตอบของ Study Abroad BKK คือ

โรงเรียนที่มีชื่อเสียงสามารถเป็นโรงเรียนที่ดีได้ แต่ “โรงเรียนดัง” ไม่ได้หมายความว่าจะเป็น “โรงเรียนที่เหมาะกับเราที่สุด” เสมอไป

เวลาเลือกโรงเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ เราจึงไม่แนะนำให้เริ่มจากชื่อโรงเรียนเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ควรเริ่มก่อนคือ

LEVEL → GOAL → DURATION → BUDGET → PROGRAM → SCHOOL

หรือพูดง่าย ๆ ว่า

ดูตัวนักเรียนก่อน แล้วค่อยเลือกโรงเรียน


ทำไมไม่ควรเลือกโรงเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์จาก “ความดัง” อย่างเดียว?

เพราะ ชื่อเสียงของโรงเรียนและความเหมาะสมกับนักเรียนเป็นคนละเรื่องกัน

โรงเรียนหนึ่งอาจมีระบบการเรียนที่เข้มข้นมาก และเหมาะกับนักเรียนที่ต้องการเรียนหนักในระยะเวลาสั้น

แต่ระบบเดียวกันอาจสร้างความเครียดให้กับนักเรียนอีกคน

บางโรงเรียนอาจมีคลาส 1:1 จำนวนมาก

แต่ไม่ได้หมายความว่านักเรียนทุกคนควรเรียน 1:1 จำนวนมากที่สุด

บางโรงเรียนอาจมี Campus และ Facilities ที่สวยมาก

แต่ถ้า Program ไม่ตรงกับเป้าหมายของนักเรียน สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้นก็ไม่ได้แก้ปัญหาด้านภาษาอังกฤษของเรา

ดังนั้นคำถามที่สำคัญกว่า

“โรงเรียนนี้ดังไหม?”

คือ

“โรงเรียนนี้เหมาะกับระดับ เป้าหมาย ระยะเวลา และรูปแบบการเรียนของเราหรือไม่?”


ทำไมโรงเรียนที่ดังในไทย เกาหลี และญี่ปุ่นถึงไม่เหมือนกัน?

นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากในตลาด เรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์

โรงเรียนเดียวกันอาจมีระดับการรับรู้ที่แตกต่างกันมากในแต่ละประเทศ

โรงเรียนที่นักเรียนไทยรู้จักเยอะ อาจไม่ได้เป็นชื่อแรก ๆ ที่นักเรียนเกาหลีนึกถึง

ในทางกลับกัน โรงเรียนที่อยู่ในตลาดเกาหลีมานาน อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากในประเทศไทย

บางโรงเรียนอาจเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักเรียนญี่ปุ่นก่อนที่จะขยายไปยังตลาดอื่น

ดังนั้น

POPULAR IN THAILAND ≠ POPULAR EVERYWHERE

เหตุผลคือชื่อเสียงในแต่ละตลาดไม่ได้เกิดจากคุณภาพการเรียนเพียงอย่างเดียว

ยังมีปัจจัยอื่น เช่น

  • การทำตลาดในแต่ละประเทศ

  • เครือข่ายเอเจนซี่

  • ระยะเวลาที่โรงเรียนทำตลาดในประเทศนั้น

  • จำนวนศิษย์เก่าจากประเทศนั้น

  • รีวิวและการบอกต่อ

  • การมี Staff หรือ Manager ที่สื่อสารภาษาของนักเรียนได้

  • ความสะดวกในการประสานงานระหว่างโรงเรียนกับเอเจนซี่

เพราะฉะนั้น

Popularity และ Education Quality ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน


มี Thai Manager ทำให้โรงเรียนดังในไทยมากขึ้นหรือไม่?

การมี Thai Manager สามารถช่วยให้โรงเรียนเข้าถึงและดูแลตลาดไทยได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนที่มี Thai Manager จะมีคุณภาพการเรียนดีกว่าโรงเรียนที่ไม่มีค่ะ

ในมุมของเอเจนซี่ การมีผู้ประสานงานที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ทำให้หลายเรื่องง่ายขึ้น

เช่น

การสอบถามข้อมูล

การติดตามนักเรียน

การแก้ไขปัญหา

การขอข้อมูลโปรโมชั่น

การประสานงานกับโรงเรียน

และการสื่อสารกับนักเรียนไทย

เมื่อการทำงานระหว่างโรงเรียนกับตลาดไทยสะดวกขึ้น โรงเรียนนั้นก็อาจมีโอกาสถูกนำเสนอในตลาดไทยมากขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้นเวลาเราเห็นชื่อโรงเรียนบางแห่งบ่อย ๆ

อย่าเพิ่งสรุปว่า

“เห็นบ่อย = คุณภาพดีที่สุด”

ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรคิดว่า

“ทำการตลาดเยอะ = โรงเรียนไม่ดี”

สิ่งที่ควรทำคือแยก

Marketing / Popularity

ออกจาก

Education / Student Management / Program Quality

แล้วประเมินแต่ละเรื่องแยกกัน


โรงเรียนที่ไม่เคยได้ยินชื่อ แปลว่าไม่ดีหรือไม่?

ไม่ค่ะ การที่เราไม่เคยได้ยินชื่อโรงเรียน ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนนั้นไม่มีคุณภาพ

โดยเฉพาะในตลาดการเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์

โรงเรียนหนึ่งอาจมีประสบการณ์กับนักเรียนเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน หรือประเทศอื่นมานาน แต่เพิ่งเริ่มทำตลาดในประเทศไทย

หรือในทางกลับกัน โรงเรียนที่คนไทยคุ้นเคยอาจไม่ได้มีชื่อเสียงในตลาดอื่นมากเท่ากัน

ดังนั้นประโยคว่า

“ไม่เคยได้ยินชื่อโรงเรียนนี้เลย”

ไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวในการตัดโรงเรียนออกจากตัวเลือก

แต่แน่นอนว่า

ไม่ดัง ≠ ดี

เช่นเดียวกับ

ดัง ≠ ดีที่สุด

โรงเรียนทุกแห่งยังต้องถูกตรวจสอบเรื่องระบบการเรียน การดำเนินงาน การดูแลนักเรียน และความเหมาะสมกับผู้เรียนก่อนตัดสินใจ


ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง: TALK Academy

ตัวแทนของ Study Abroad BKK เคยเดินทางไปเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ด้วยตัวเอง

โรงเรียนที่เรียนในเวลานั้นคือ TALK Academy ซึ่งในช่วงนั้นเป็นโรงเรียนที่เป็นที่รู้จักในตลาดเกาหลี

รูปแบบการเรียนมีความเข้มข้นสูง

มีชั่วโมงเรียนจำนวนมาก

มี Vocabulary Test ในช่วงเย็น

รวมถึงระบบควบคุมการเตรียมบทเรียนและการทบทวน

ข้อดีคือ นักเรียนสามารถใช้เวลาจำนวนมากกับภาษาอังกฤษภายในระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น

จากประสบการณ์ของตัวแทนเรา ระบบดังกล่าวช่วยเรื่องการเรียนได้มาก

แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความเหนื่อยและความเครียดไม่น้อยเช่นกัน

นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่า

คำถามไม่ควรมีแค่

“TALK เป็นโรงเรียนที่ดีไหม?”

แต่ควรถามว่า

“ระบบการเรียนแบบ TALK เหมาะกับนักเรียนแบบไหน?”

สำหรับนักเรียนที่ต้องการการควบคุม ต้องการเรียนหนัก และต้องการใช้ระยะเวลาสั้นให้เข้มข้นที่สุด ระบบแบบนี้อาจเป็นข้อดี

แต่สำหรับนักเรียนที่ต้องการอิสระ ต้องการเวลาทบทวนด้วยตัวเอง หรือรับความกดดันจากตารางเรียนหนักได้ไม่ดี

ระบบเดียวกันอาจไม่เหมาะ

ดังนั้น

SAME SCHOOL + SAME PROGRAM ≠ SAME EXPERIENCE


แล้วโรงเรียนชื่อดังอย่าง CIA ล่ะ?

โรงเรียนที่เป็นที่รู้จักในหลายตลาดก็มีอยู่เช่นกัน และความนิยมไม่ได้หมายความว่าไม่ควรเลือก

ตรงกันข้าม โรงเรียนยอดนิยมหลายแห่งได้รับความนิยมเพราะมีระบบและประสบการณ์ที่สะสมมาเป็นเวลานาน

แต่มีอีกเรื่องที่ต้องพิจารณาคือ

Availability

โรงเรียนที่ได้รับความนิยมสูงอาจมีบางช่วงที่ห้องพักหรือโปรแกรมเต็มเร็ว โดยเฉพาะช่วง Peak Season

นอกจากนี้ บางโรงเรียนหรือบางช่วงเวลาอาจมีการบริหารสัดส่วนของนักเรียนแต่ละสัญชาติ ทำให้ที่ว่างสำหรับนักเรียนบางตลาดมีจำกัด

ดังนั้นหากมีโรงเรียนที่ต้องการเป็นพิเศษ ควรตรวจสอบที่ว่างล่วงหน้า

บางกรณีอาจต้องวางแผนก่อนเดินทางหลายเดือน

แต่อีกครั้ง

โรงเรียนดังสามารถเป็นตัวเลือกที่ดีได้

เพียงแต่อย่าเลือกเพราะ

“ทุกคนบอกว่าโรงเรียนนี้ดัง”

เพียงเหตุผลเดียว


แล้วควรดูอะไรเวลาเลือกโรงเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์?

Study Abroad BKK แนะนำให้พิจารณาตามลำดับดังนี้

1. LEVEL — ระดับภาษาอังกฤษตอนนี้อยู่ตรงไหน?

นี่ควรเป็นจุดเริ่มต้น

Beginner, Intermediate และ Advanced ไม่ควรใช้เกณฑ์เลือก Program เหมือนกันทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น Beginner อาจต้องการ

  • ครูที่มีประสบการณ์สอนผู้เรียนระดับเริ่มต้น

  • 1:1 Class ที่สามารถปรับความเร็วได้

  • General ESL เพื่อสร้างพื้นฐาน

  • จำนวนคลาสที่สามารถเรียนไหว

  • ระบบ Feedback ที่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล

ในขณะที่ Intermediate หรือ Advanced อาจต้องการ

  • Discussion & Debate

  • Advanced Speaking

  • Pronunciation

  • Business English

  • Presentation

  • IELTS / TOEIC

  • Job Interview

ดังนั้นก่อนเลือกโรงเรียน

รู้ Level ของตัวเองก่อน


2. GOAL — เรียนภาษาอังกฤษไปเพื่ออะไร?

คำว่า

“อยากเก่งภาษาอังกฤษ”

กว้างเกินไปสำหรับการเลือก Program

ควรถามให้ชัดขึ้นว่า

ต้องการพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน?

ต้องการใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน?

กำลังเตรียม IELTS?

ต้องสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ?

ต้องการเตรียมตัวไป Working Holiday?

ต้อง Presentation เป็นภาษาอังกฤษ?

หรือมีพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ต้องการพูดให้คล่องและแม่นยำขึ้น?

Different Goal → Different Program

และเมื่อ Program ที่ต้องการต่างกัน โรงเรียนที่เหมาะสมก็อาจต่างกันด้วย


3. DURATION — ควรเรียนกี่สัปดาห์?

ระยะเวลามีผลต่อการเลือก Program และความเข้มข้นในการเรียน

นักเรียนที่มีเวลาเพียง 4 สัปดาห์

กับนักเรียนที่สามารถเรียนได้ 12 หรือ 24 สัปดาห์

ไม่จำเป็นต้องจัดตารางเรียนแบบเดียวกัน

สำหรับการเรียนระยะสั้น อาจต้องพิจารณาว่าจะเพิ่ม Learning Intensity อย่างไร

ในขณะที่การเรียนระยะยาวต้องคิดเพิ่มเรื่อง

ความเหนื่อยล้า

การ Review

การเปลี่ยน Program ตามพัฒนาการ

และการรักษาความต่อเนื่องในการเรียน

ดังนั้น

DURATION ต้องดูร่วมกับ LEVEL และ GOAL


4. BUDGET — งบประมาณเท่าไร?

Budget เป็นเงื่อนไขจริงที่ไม่ควรมองข้าม

แต่มีความแตกต่างระหว่าง

“กำหนดงบประมาณ”

กับ

“เลือกโรงเรียนที่ถูกที่สุด”

เราแนะนำให้กำหนดช่วง Budget ก่อน

จากนั้นหาโรงเรียนและ Program ที่ตรงกับ Level และ Goal ภายในงบประมาณนั้น

แล้วจึงเปรียบเทียบ

Value for Money

ตัวอย่างเช่น ราคาใกล้กัน แต่โรงเรียนหนึ่งอาจมี 1:1 Class มากกว่า

อีกแห่งอาจมีห้องพักดีกว่า

อีกแห่งอาจมีระบบ Sparta ที่เข้มข้นกว่า

อีกแห่งอาจเหมาะกับ IELTS มากกว่า

ดังนั้น

CHEAPEST ≠ BEST VALUE


5. PROGRAM — โปรแกรมสำคัญกว่าชื่อโรงเรียนหรือไม่?

ในหลายกรณี Program มีความสำคัญมากกว่าการเลือกจากชื่อโรงเรียนเพียงอย่างเดียว

เพราะสิ่งที่นักเรียนต้องเจอทุกวันจริง ๆ คือ

ตารางเรียน

ครู

วิชา

จำนวน 1:1 Class

Group Class

Test

Homework

Self Study

และระบบการจัดการของโรงเรียน

เวลาพิจารณา Program ควรดูอย่างน้อยว่า

  • มี 1:1 Class กี่คาบ?

  • Group Class มีเนื้อหาอะไร?

  • สามารถเลือกหรือเปลี่ยนวิชาได้หรือไม่?

  • มีการประเมิน Level อย่างไร?

  • มี Feedback หรือ Progress Test หรือไม่?

  • ตารางเรียนหนักแค่ไหน?

  • มีเวลา Review หรือไม่?

  • Program ตรงกับ Goal จริงหรือไม่?

และอย่าลืมว่า

MORE 1:1 ≠ ALWAYS BETTER

ถ้าเรียนมากจนสมาธิลดลงและไม่มีเวลาทบทวน จำนวนคลาสที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์จะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน


6. Sparta หรือ Semi-Sparta แบบไหนดีกว่า?

ไม่มีระบบไหนดีกว่าสำหรับทุกคน

Sparta เหมาะกับนักเรียนบางประเภท

Semi-Sparta ก็เหมาะกับนักเรียนอีกประเภทหนึ่ง

ถ้ารู้ตัวว่า

ต้องมีคนช่วยควบคุม

อยู่คนเดียวแล้วไม่ค่อยอ่านหนังสือ

อยากโฟกัสการเรียนในช่วงเวลาสั้น ๆ

ระบบ Sparta อาจเหมาะ

แต่ถ้าสามารถบริหารเวลาเองได้

ต้องการอิสระ

หรืออยากบาลานซ์การเรียนกับการใช้ชีวิต

Semi-Sparta อาจเหมาะกว่า

ดังนั้นอย่าถามแค่ว่า

“Sparta หรือ Semi-Sparta อันไหนดีกว่า?”

ให้ถามว่า

“เราต้องการการควบคุมมากแค่ไหน?”


7. Facilities, หอพัก และอาหารสำคัญไหม?

สำคัญ โดยเฉพาะสำหรับการเรียนระยะยาว แต่ไม่ควรเป็นเกณฑ์แรกในการเลือกโรงเรียน

เพราะนักเรียนไม่ได้ใช้ชีวิตเฉพาะในห้องเรียน

ต้องนอนในหอพัก

กินอาหารทุกวัน

ใช้พื้นที่ส่วนกลาง

และอยู่ใน Campus เป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

จึงควรดู

  • ห้องพัก

  • จำนวนคนต่อห้อง

  • อาหาร

  • Laundry

  • Gym

  • Swimming Pool

  • Study Area

  • Wi-Fi

  • กฎการออกนอกโรงเรียน

  • ระยะทางจากเมือง

  • สภาพแวดล้อมรอบโรงเรียน

แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่าง

Learning Quality

กับ

Living Quality

Campus ที่สวยมากไม่ได้รับประกันว่า Program จะเหมาะกับเรา

ในทางกลับกัน โรงเรียนที่ Facilities ธรรมดากว่าอาจมีระบบการเรียนที่ตรงกับ Goal ของเรามากกว่า


8. สัดส่วนนักเรียนต่างชาติสำคัญไหม?

มีความสำคัญ แต่ไม่ควรดูเพียงตัวเลข Nationality Ratio อย่างเดียว

หลายคนต้องการโรงเรียนที่มีนักเรียนหลายสัญชาติ เพราะอยากมีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น

แนวคิดนี้มีเหตุผล

แต่สิ่งที่ควรถามเพิ่มเติมคือ

นักเรียนใช้ภาษาอังกฤษกันจริงหรือไม่?

มี Group Class ที่ได้เรียนร่วมกับนักเรียนต่างชาติหรือไม่?

มีกิจกรรมที่ทำให้นักเรียนได้สื่อสารกันหรือไม่?

มี EOP หรือ English Only Policy หรือไม่?

บรรยากาศของโรงเรียนเอื้อต่อการใช้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนหรือไม่?

ดังนั้น

Nationality Diversity ≠ English Environment โดยอัตโนมัติ

ต้องดูว่านักเรียนมีโอกาสและแรงจูงใจในการใช้ภาษาอังกฤษจริงแค่ไหนด้วย


9. Cebu หรือ Baguio มีผลต่อการเลือกโรงเรียนไหม?

มีค่ะ เพราะสภาพแวดล้อมของเมืองสามารถส่งผลต่อชีวิตและรูปแบบการเรียนได้

Cebu และ Baguio มีทั้งบรรยากาศ อากาศ การเดินทาง ไลฟ์สไตล์ และตัวเลือกโรงเรียนที่แตกต่างกัน

บางคนต้องการบรรยากาศที่ช่วยให้โฟกัสการเรียน

บางคนต้องการความสะดวกและกิจกรรมนอกเวลาเรียน

ดังนั้นเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งของการเลือก

แต่เช่นเดียวกับชื่อโรงเรียน

ไม่ควรเลือกจากชื่อเมืองเพียงอย่างเดียว

ให้ดูว่าเมืองและโรงเรียนรวมกันแล้วเหมาะกับ Lifestyle และ Goal ของเราหรือไม่


วิธีเลือกโรงเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์แบบง่ายที่สุด

ถ้าข้อมูลทั้งหมดดูเยอะเกินไป ให้จำเพียงลำดับนี้ค่ะ

LEVEL → GOAL → DURATION → BUDGET → PROGRAM → SCHOOL


LEVEL

ภาษาอังกฤษตอนนี้อยู่ระดับไหน?

GOAL

ต้องการพัฒนาอะไร?

DURATION

มีเวลาเรียนกี่สัปดาห์?

BUDGET

งบประมาณที่สามารถใช้ได้จริงเท่าไร?

PROGRAM

ควรเรียนอะไร เรียนหนักแค่ไหน และต้องการระบบแบบใด?

SCHOOL

โรงเรียนไหนสามารถตอบเงื่อนไขทั้งหมดข้างต้นได้ดีที่สุด?

นี่เป็นวิธีคิดที่แตกต่างจาก

SCHOOL → แล้วค่อยพยายามเลือกทุกอย่างให้เข้ากับโรงเรียน


โรงเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ที่ดีที่สุดคือที่ไหน?

คำตอบของเราคือ

ไม่มีโรงเรียนเดียวที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนทุกคน

โรงเรียนหนึ่งอาจเหมาะกับ Beginner

อีกโรงเรียนอาจเหมาะกับ IELTS

บางโรงเรียนเหมาะกับนักเรียนที่ต้องการ Sparta

บางแห่งเหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นอิสระ

บางแห่งเหมาะกับการเรียนระยะสั้นแบบ Intensive

และบางแห่งอาจเหมาะกับการเรียนระยะยาวมากกว่า

ดังนั้นแทนที่จะค้นหา

BEST SCHOOL

ลองค้นหา

BEST SCHOOL FOR YOU


FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกโรงเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์

โรงเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ที่ไหนดี?

ไม่มีโรงเรียนเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ควรเลือกจากระดับภาษา เป้าหมาย ระยะเวลา งบประมาณ Program และรูปแบบการเรียนที่เหมาะกับนักเรียนแต่ละคน

โรงเรียนดังในฟิลิปปินส์ดีกว่าโรงเรียนที่ไม่ดังไหม?

ไม่สามารถสรุปแบบนั้นได้ ความดังอาจได้รับอิทธิพลจากคุณภาพ ประวัติของโรงเรียน การตลาด เครือข่ายเอเจนซี่ จำนวนศิษย์เก่า และการมี Staff สำหรับตลาดนั้น ๆ จึงควรตรวจสอบ Program และระบบของโรงเรียนแยกจาก Popularity

ไม่เคยได้ยินชื่อโรงเรียนนี้ ควรไปเรียนไหม?

การไม่รู้จักชื่อโรงเรียนไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนไม่ดี แต่ควรตรวจสอบสถานะการดำเนินงาน ระบบการเรียน การดูแลนักเรียน Program และช่องทางประสานงานก่อนตัดสินใจ

Beginner ควรเลือกโรงเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์แบบไหน?

ควรเริ่มจากการประเมินระดับจริงก่อน แล้วดูว่าโรงเรียนมี Program ที่สามารถปรับให้เหมาะกับ Beginner หรือไม่ เช่น 1:1 Class ที่ปรับความเร็วได้ General ESL ระบบ Feedback และจำนวนคลาสที่นักเรียนสามารถเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คลาส 1:1 ยิ่งเยอะยิ่งดีไหม?

ไม่เสมอไป 1:1 มีข้อดีเรื่อง Speaking และการแก้ไขเฉพาะบุคคล แต่จำนวนคลาสควรสัมพันธ์กับ Level, Goal, Duration และความสามารถในการรักษาสมาธิของนักเรียน

Sparta กับ Semi-Sparta เลือกแบบไหนดี?

ถ้าต้องการการควบคุมและสภาพแวดล้อมที่ช่วยบังคับให้เรียน Sparta อาจเหมาะกว่า ถ้าสามารถจัดการตัวเองได้และต้องการอิสระมากขึ้น Semi-Sparta อาจเหมาะกว่า ไม่มีระบบเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

ควรเลือก Cebu หรือ Baguio?

ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและ Lifestyle ที่ต้องการ รวมถึงโรงเรียนและ Program ที่เหมาะกับเป้าหมาย ไม่ควรเลือกเมืองโดยแยกออกจาก Program และ School

Thai Manager สำคัญไหม?

Thai Manager สามารถช่วยเรื่องการสื่อสารและการประสานงานสำหรับนักเรียนไทยได้ แต่การมี Thai Manager ไม่ใช่ตัวรับประกันคุณภาพการสอน จึงควรดูทั้ง Academic System และ Student Support ร่วมกัน

ควรเลือกโรงเรียนจากราคาถูกที่สุดไหม?

ไม่แนะนำให้ดูเฉพาะราคาต่ำที่สุด ควรกำหนด Budget ก่อน แล้วเปรียบเทียบโรงเรียนที่เหมาะกับ Level และ Goal ภายในงบประมาณนั้น เพื่อหา Value for Money ที่เหมาะกับนักเรียนมากที่สุด

ต้องสมัครโรงเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ล่วงหน้ากี่เดือน?

ขึ้นอยู่กับโรงเรียน ช่วงเวลา ประเภทห้องพัก และที่ว่าง โรงเรียนยอดนิยมและช่วง Peak Season อาจเต็มเร็ว จึงควรตรวจสอบ Availability ล่วงหน้า และหากมีโรงเรียนหรือห้องพักที่ต้องการเป็นพิเศษ การวางแผนล่วงหน้าหลายเดือนจะมีตัวเลือกมากกว่า


สรุป

การเลือกโรงเรียนภาษาอังกฤษที่ฟิลิปปินส์ไม่ควรเริ่มจาก

“โรงเรียนไหนดังที่สุด?”

แต่ควรเริ่มจาก

“เราเป็นนักเรียนแบบไหน?”

ระดับภาษาอังกฤษของเราเท่าไร?

เป้าหมายคืออะไร?

มีเวลาเท่าไร?

Budget เท่าไร?

ต้องการเรียนหนักแค่ไหน?

ต้องการ 1:1 หรือ Group Class แบบไหน?

ต้องการ Sparta หรือ Semi-Sparta?

และต้องการสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตแบบไหน?

จากนั้นจึงนำข้อมูลเหล่านี้ไปหาโรงเรียนที่ตอบโจทย์

ที่ Study Abroad BKK เราจึงใช้หลัก

LEVEL → GOAL → DURATION → BUDGET → PROGRAM → SCHOOL

เพราะ

โรงเรียนที่ดังที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับเรา

และ

โรงเรียนที่เราไม่เคยได้ยินชื่อ ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรงเรียนที่ไม่ดี

อย่าพยายามเลือกตัวเองให้เข้ากับโรงเรียน

เลือกโรงเรียนให้เข้ากับตัวเรา

DON'T FIND THE BEST SCHOOL. FIND THE BEST SCHOOL FOR YOU.

Comments


bottom of page